แขนไม้กั้นแบบพับ 90° กับ 180° แบบไหนเหมาะกับหน้างานคุณ

แขนไม้กั้นแบบพับ 90° กับ 180° แบบไหนเหมาะกับหน้างานคุณ

หน้างานบางที่ ไม่ได้ติดไม้กั้นแบบตรงไม่ได้ ไม่ใช่เพราะไม่อยากติด แต่เพราะ เพดานต่ำ มีท่อแอร์ มีท่อน้ำ หรือมีสายไฟพาดอยู่ พอไม้ยกขึ้นมันไปชนหรือเปิดไม่สุด
บทความนี้จะพาไล่ให้จบว่า ไม้กั้นแบบพับ 90° กับ 180° ต่างกันยังไง และควรเลือกแบบไหนเพื่อให้ เปิดได้จริง ไม่กวนเลน ไม่เสี่ยงชนของเหนือหัว

ทำไมลานจอดรถต้องใช้แขนไม้กั้นแบบพับ ?

ทำไมลานจอดรถต้องใช้แขนไม้กั้นแบบพับ ?

ไม้กั้นแบบพับเกิดมาเพื่อแก้ปัญหาพื้นที่จำกัดความสูง เช่น ลานจอดรถใต้อาคาร เพราะไม้กั้นแบบตรงทั่วไปยาว 4-6 เมตร เมื่อเปิดขึ้นจะต้องการความสูงเท่ากับความยาวของไม้ หมายความว่าถ้าคุณใช้ไม้ยาว 5 เมตร คุณต้องมีความสูงเหนือหัวอย่างน้อย 5 เมตร

ปัญหาของไม้กั้นแบบตรงในหน้างานจริง

  • เพดานลานจอดรถใต้อาคารมักสูงแค่ 2.5-3 เมตร
  • มีท่อน้ำ ท่อแอร์ หรือท่อดับเพลิงติดเพดาน
  • มีสายไฟหรือสายอินเตอร์เน็ตยื่นลงมา

แนวทางการแก้ปัญหา : ใช้ไม้กั้นแบบพับ (90° หรือ 180°) เพื่อลดความสูงที่ต้องการตอนเปิด โดยยังคุมพื้นที่ได้เต็มช่องทาง

ไม้กั้น 90° กับ 180° ต่างกันยังไง ?

คำตอบสั้น ๆ 90° = ปลายไม้พับเป็นมุมฉาก ยังมีส่วนยื่นในเลนบ้าง / 180° = ปลายไม้พับแนบไปกับโคนไม้ เลนโล่งกว่า

1) ไม้กั้นแบบพับ 90°

ไม้กั้นแบบพับ 90°
  • ข้อดี
    1. โครงสร้างเรียบง่าย
    2. ใช้งานได้ดีในพื้นที่เพดานต่ำทั่วไป
  • จุดที่ต้องระวัง (สำคัญมาก)
    1. ตอนเปิดขึ้น ปลายไม้ อาจยื่นเข้ามาในเลนเล็กน้อย
    2. ถ้ามีรถสูง ๆ ผ่าน (เช่น รถขยะ รถบรรทุก รถติดแร็คสูง) อาจมีโอกาส เฉียด/ชนปลายไม้ ได้

2) ไม้กั้นแบบพับ 180°

ไม้กั้นแบบพับ 180°
  • ข้อดี
    1. เปิดแล้ว เลนโล่งกว่า ลดจังหวะที่ปลายไม้ยื่นมาบังทาง
    2. ช่วยลดความเสี่ยงชน ท่อแอร์/ท่อน้ำใต้เพดาน ได้ดีกว่าในหลายเคส
  • จุดที่ต้องรู้
    1. จุดพับมีการทำงานมากกว่า 90° เล็กน้อย ควรตั้งศูนย์และขันยึดตามรอบบำรุงรักษา

ตารางเปรียบเทียบข้อจำกัด/จุดที่ต้องรู้ ของแขนไม้กั้นแบบพับทั้ง 2 แบบ

หัวข้อเปรียบเทียบไม้กั้นแบบพับ 90° ไม้กั้นแบบพับ 180°
เหมาะกับที่แบบไหนเหมาะกับหน้างานที่ ติดเรื่องความสูง เช่น เพดานลานจอดต่ำ ใต้คอนโด อาคารจอดรถ ใต้หลังคาป้อมยาม รวมถึง พื้นที่เปิดโล่งแต่มีสายไฟ/หลังคา/ชายคา พาดอยู่เหมาะกับหน้างานที่ ติดเรื่องความสูง เหมือนกัน และเด่นในพื้นที่ที่อยากให้ “เลนโล่ง” ตอนยกขึ้น เช่น ใต้ท่อ/ใต้ชายคาเยอะ หรือมีรถสูงผ่านเป็นบางช่วง (ช่วยลดโอกาสปลายไม้ยื่นกวนเลน)
ข้อจำกัดที่ต้องระวัง (เชิงหน้างาน)ตอนยกขึ้น ปลายไม้จะพับเป็นมุม 90° ทำให้ ยังมีส่วนปลายอาจยื่นในเลนเล็กน้อย ถ้ามีรถสูง/ของบนหลังคารถ อาจเสี่ยงเฉียดได้ตอนยกขึ้น ปลายไม้พับแนบกับโคนไม้ ทำให้ เลนโล่งกว่า ข้อจำกัดหลักคือเรื่อง ความเรียบร้อยของข้อต่อ ต้องติดตั้ง/ตั้งศูนย์ให้ดีเพื่อให้พับได้เต็มองศา
ความทนทานใกล้เคียงกัน (ใช้หลักการไม้ 2 ท่อนเหมือนกัน) ต่างกันแค่ลักษณะข้อต่อใกล้เคียงกัน ซึ่งก็อยู่ที่การบำรุงรักษาข้อต่อและ มีการตรวจเช็คอย่างสม่ำเสมอ
ความเร็วเปิด–ปิดตั้งความเร็วได้ใกล้เคียงกัน โดยทำได้เร็วสุด ประมาณ 3 วินาที (ขึ้นกับการตั้งค่าและรุ่นหัวไม้กั้น)ตั้งความเร็วได้ใกล้เคียงกัน โดยทำได้เร็วสุด ประมาณ 3 วินาที
ข้อจำกัดเรื่องความยาวไม้ (สำคัญมาก)แนะนำความยาวรวม ไม่เกิน 4.5 เมตร เพื่อความแข็งแรง ถ้ายาวกว่านี้ไม้จะหนักขึ้นและอาจ แอ่น/สั่น ระหว่างเปิด–ปิดลักษณะคล้ายกับแบบ 90° คือไม่ควรเกิน 4.5 เมตร เพื่อไม่ให้แขนไม้กั้นเกิดอาการหย่อน เมื่อใช้งานไปในระยะนึง

ตัวอย่างผลงานการติดตั้งไม้กั้นแบบพับ

1) ไม้กั้นแบบพับ 90°

2) ไม้กั้นแบบพับ 180°

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

ไม้กั้นแบบพับ ทั้ง 90° และ 180° มีอายุการใช้งานประมาณ 5-10 ปี ขึ้นอยู่กับความถี่ในการใช้งานและการบำรุงรักษา หากใช้งานวันละ 100-200 ครั้ง และมีการหล่อลื่นข้อต่อทุก 3-6 เดือน จะช่วยยืดอายุการใช้งานได้

ได้ครับ แต่ต้องเปลี่ยนทั้งชุดรวมถึงมอเตอร์และฐานติดตั้ง เพราะโครงสร้างและกลไกการทำงานต่างกัน ค่าใช้จ่ายจะใกล้เคียงกับการติดตั้งใหม่ทั้งระบบ ควรปรึกษาช่างติดตั้งเพื่อประเมินความเป็นไปได้

ทุก 1-3 เดือน: เช็ดทำความสะอาดไม้และฐาน ตรวจสอบความเรียบของไม้
ทุก 3-6 เดือน: หล่อลื่นข้อต่อและจุดหมุนด้วยน้ำมันหล่อลื่น
ทุก 6-12 เดือน: ตรวจเช็คมอเตอร์ สายไฟ และระบบควบคุมโดยช่างผู้เชี่ยวชาญ
หลีกเลี่ยง: การกระแทกไม้ขณะกำลังเคลื่อนที่ หรือบังคับยกไม้ด้วยมือโดยไม่ปลดล็อค